[Sharing] กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
posted on 18 Sep 2010 09:52 by veenasyamashita in Sharingบทความจาก ฝ่ายโภชนาการ
โรงพยาบาลรามาธิบดี
0-2201-1227
อ้วนเป็นอันตราย?
เมื่อเอ่ยถึงคำว่า 'อ้วน' ทุกคนก็จะเกิดความรู้สึกที่แตกต่าง เด็กอาจจะไม่ชอบหรือรู้สึกเป็นปมด้อยเพราะถูกเพื่อนล้อ แต่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิงจะรู้สึกไม่ชอบเป็นอย่างมากเพราะเป็นศัตรูสำคัญของความสวยความงาม ความอ้วนนอกจากจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว ไม่คล่องตัวแล้วยังเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ หลายโรค เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเกี่ยวกับข้อ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีเท่าที่ควร
เมื่อไรจึงเรียกว่าอ้วน
เมื่อร่างการมีไขมันสะสมอยู่มากเกินควร สามารถทดสอบได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือ
1. ส่องกระจก สำรวจรูปร่างตนเอง
2. ทดสอบโดยใช้นิ้วคีบ ใช้นิ้วคีบเนื้อบริเวณรอบเอวแล้ววัดความหนา ถ้ามากกว่า 1 นิ้ว ถึงเวลาที่ต้องลดน้ำหนักแล้ว
3. ทดสอบด้วยการกระโดด ยืนหน้ากระจกยาวเต็มตัวแล้วกระโดด ส่วนใดของร่างกายที่สั่นได้ นั่นคือไขมัน
ดัชนีมวลกาย
ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คือ ค่าที่ได้จากการนำน้ำหนักตัวและส่วนสูงมาคำนวณ เพื่อประเมินหาส่วนไขมันในร่างกาย เป็นค่าที่นิยมใช้เพราะคำนวณง่าย สามารถใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ
ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ความสูง (เมตร)2
การจำแนกประเภทของ BMI ตามเกณฑ์ของ International Obesity Task Force (IOTF)
ประเภท BMI
น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ น้อยกว่า 18.5
น้ำหนักตัวปกติ 18.5-24.9
น้ำหนักตัวเกิน 25-29.9
โรคอ้วนขั้นที่ 1 30-34.9
โรคอ้วนขั้นที่ 2 35-39.9
โรคอ้วนขั้นที่ 3 40 ขึ้นไป
สาเหตุที่อ้วน
1. รับประทานอาหารที่ให้พลังงานเกินความต้องการของร่างกาย
2. ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
3. ขาดการออกกำลังกาย
กินให้ปลอดภัยและไม่อ้วน
อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต การบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ซึ่งอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คือ อาหารที่รับประทานแล้วร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม เมื่อเรารับประทานอาหาร ร่างกายจะได้รับสารอาหาร 6 ตัว ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ โดยที่สารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเท่านั้นที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมทั้งปริมาณและชนิดของอาหารจะช่วยให้มีสุขภาพดีและมีร่างกายที่สมส่วน นอกจากนี้ ควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงไว้ซึ่งรูปร่างที่เราปรารถนา
ตัวอย่างการเลือกอาหารที่จะรับประทานเพื่อสุขภาพที่ดีได้
นมและผลิตภัณฑ์จากนม วันละ 1-2 แก้ว โดยเลือกรับประทานนมพร่องมันเนยและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมพร่องมันเนย ควรหลีกเลี่ยง นมสดและนมปรุงแต่รส เนยแข็ง ไอศกรีม ครีมต่างๆ
เนื้อสัตว์ วันละ 6-12 ช้อนกินข้าว โดยเลือกรับประทาน เนื้อหมู ไก่ ไม่ติดมัน ไม่มีหนัง เนื้อปลา ปู กุ้ง ไข่ขาวควรหลีกเลี่ยง เครื่องในสัตว์ หมูสามชั้น เบคอน ไส้กรอก
ข้าว แป้งและธัญพืช วันละ 8-12 ทัพพี โดยเลือกรับประทาน ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท ถั่วแดง ถั่วเหลือง เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาล ควรหลีกเลี่ยง ขนมเบเกอรี่ต่างๆ ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็งต่าง เมล็ดพืช
ผัก วันละ 4-6 ทัพพี โดยเลือกรับประทาน ผักสดทุกชนิด ผักลวก ผักต้ม ควรหลีกเลี่ยง ผักราดกะทิหรือเนย ผัดผักน้ำมันหอย ผักชุบแป้งทอด
ผลไม้ วันละ 3-5 ส่วน โดยเลือกรับประทาน ผลไม้ที่รสไม่หวานจัด เช่น ส้ม ฝรั่ง แอปเปิ้ล ควรหลีกเลี่ยง ผลไม้เชื่อม ผลไม้รสหวานจัด เช่น ลำไย มะม่วงสุก
ไขมันที่เติมในอาหารไม่เกิน 3 ช้อนชา/วัน โดยเลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร ควรหลีกเลี่ยง ไขมันจากสัตว์ กะทิ เนย มาการีน มายองเนส
เครื่องดื่ม ควรเลือกดื่ม น้ำเปล่า ควรหลีกเลี่ยง น้ำอัดลม ชา กาแฟ
** เกลือและน้ำตาลใช้แต่น้อยเท่าที่จำเป็น




「 AKUMI 」
หวังว่าสักวันหนึ่งจะสมารถหยุดกินมันได้ค่ะ ฮือ...
(ชอบของทอดมากๆค่ะ แต่กินของพวกนี้แล้ว
มันมีปัญหาเรื่องสิวตามมาด้วย เลยพยายาม
จะกินมันให้น้อยๆๆๆลงค่ะ TvT)
#1 By ★一樹@うんこ★ on 2010-09-21 12:20